fbpx

อ.วิทยา วิเศษรัตน์ ครูผู้มีแต่ให้

เขียนคอลัมน์ The Strangers เรื่องราวนักเคลื่อนไหวร่วมสมัยในโลกอิสลามกว่า 30 ฉบับแล้ว ยังไม่เคยเขียนถึงคนไทยเลย มานั่งนึกๆ ดูว่าสังคมมุสลิมบ้านเรามีใครบ้างที่เป็นตำนาน ในใจตอนแรกก็นึกถึงครูแอ (อ.อิสมาแอล วิสุทธิปราณี) แต่เรื่องราวของครูแอมีผู้เรียบเรียงไว้อย่างละเอียดแล้ว

พอนึกย้อนกลับไปก็นึกขึ้นได้ว่าเคยไปงานสัมมนางานหนึ่งประมาณปี 2554 และมีโอกาสเป็นผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น หลังจากจบงานมีอาจารย์ท่านหนึ่งให้ผู้ติดตามเข็นรถเข็นของท่านมาหาด้วยหน้าตายิ้มแย้ม ท่านถามชื่อพร้อมให้กำลังใจว่าพูดดี อาจารย์ท่านนั้นอยู่ในความทรงจำเสมอ

อาจารย์เป็นโต๊ะครูภาคกลางซึ่งเป็นที่รู้จักระดับต้นๆ (บ้านเดิมเป็นคนฉะเชิงเทรา) และได้รับความชื่นชอบจากนักเรียนศาสนาทางใต้ที่ขึ้นมาเรียนที่คลองเคล็ดจำนวนมาก เด็กๆ เรียกท่านว่า “อาจารย์วิทย์” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อเต็มว่า อ.วิทยา วิเศษรัตน์ คู่บรรยายของครูแอ

ท่านจบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยการาจี ประเทศปากีสถาน (Karachi University) ปริญญาโทอิสลามศึกษาด้านหะดีษ จากสถาบันแห่งชาติปากีสถาน และไปทำงานดูแลคนงานในซาอุดิอาระเบียอีกหลายปี ท่านพูดได้ดีหลายภาษา ทั้งไทย อาหรับ อังกฤษ และอุรดู

ท่านมีผลงานเขียนทั้งหนังสือ วารสาร และผลงานแปล หลายชิ้น อาทิ คน, จุดเด่นอิสลาม, คุตบะห์ เพื่อสุขภาวะ

อ.วิทยา วิเศษรัตน์ ในความทรงจำของผู้คน

“คุณพ่อของ อ.วิทยา มีบุตรหลายคนจึงตั้งใจให้สักหนึ่งคนเป็นอาลิมมีความรู้ในเรื่องวิชาการศาสนา ซึ่งก็คือ อ.วิทยา

อ.วิทยา ได้รับการสนับสนุนจากคุณพ่อให้เป็นนักวิชาการศาสนา ให้เรียนที่โรงเรียนศาสนวิทยา หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อที่ปากีสถาน เมื่อจบกลับมาก็สอนที่โรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์เป็นแห่งแรก จากนั้นท่านก็ทำงานรับใช้สังคมในวงกว้างในฐานะนักวิชาการ

บทบาทของ อ.วิทยา ที่ผมประทับใจในฐานะญาติก็คือ เป็นบุคคลที่ไม่มีความเสียหายในเรื่องอมานะฮฺทางสังคม รับปากใครแล้วก็ปฏิบัติตามสัญญาทุกเรื่อง และที่บอกผมตลอดก็คือเราเป็นโต๊ะครูอย่าไปยุ่งกับเรื่องเงิน ใครยุ่งกับเรื่องเงินแล้วจะเสียหาย”

อ.สมัย เจริญช่าง

ความรู้ของ อ.วิทยา ยังเป็นมรดกให้แก่อาจารย์บ้านเราอีกหลาย ๆ ท่าน

“ผมเคยผ่านโปรแกรมระยะสั้นๆ มากับอาจารย์บางท่านที่กรุงเทพฯ หนึ่งในนั้นคือ อ.วิทยา วิเศษรัตน์

ตอนนั้นผมอายุ 19 ปี อาจารย์น่าจะอายุ 40 เศษ ท่านเปิดวงความรู้ในเดือนเราะมะฎอนตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงเที่ยง และให้คนสมัครเข้ามาก็มีคนสมัครประมาณ 10 คน โปรแกรมนี้จัดที่สันติชน ตอนนั้นเพิ่งก่อสร้างอาคารไม่นาน ชั้นสามเป็นที่ละหมาดยังสร้างไม่เสร็จ

ผมเป็นวัยรุ่นที่กระหายความรู้อิสลามหลากหลาย จึงไปสมัครเข้าเรียนกับอาจารย์ด้วยและยืนหยัดเข้าเรียนทุกวัน

วิชาที่เรียนตอนเช้ามีหะดีษ (อาจารย์ทำเอกสารอธิบายเอง) วิชาตัฟซีร ใช้ตัฟซีรกุรฏูบียฺเป็นหลัก ฟิกฮฺใช้ฟิกฮุซซุนนะฮฺ ถ่ายตัวบทอาหรับมา (สมัยนั้นยังแปลไม่หมดทั้งชุด) เนื้อหาค่อนข้างแน่นมาก ผมชอบการเรียนแบบที่ใช้หนังสืออาหรับแบบนี้มาก

ตอนบ่ายละหมาดด้วยกัน และหลังละหมาด อาจารย์จะให้ผลัดเวรกันไปนะศีหัตหลังละหมาด ผมได้ออกไปหลายครั้งนั่นคือที่มาของการฝึกพูดด้วย

อาจารย์วิทยาฟังผมพูดแบบยิ้มๆ หลังการพูดท่านบอกว่า ผมพูดแบบปรัชญามากเกินไป ชาวบ้านจะฟังยาก ให้ผมปรับ ให้พูดอธิบายสิ่งที่จะสื่อสารให้มากขึ้น ยกตัวอย่างให้มากขึ้น เล่าเรื่องเสริมให้ชัดเจน

ท่านเป็นคนให้กำลังใจในการพูดของผมมาก ทั้งที่ผมเป็นเงียบ แต่ก็ดึงให้ผมพูดจนได้ ผมไม่อยากออกไปต่อหน้าคนเยอะๆ แต่ท่านก็ขอให้ออกไปพูด ผมยังจำที่ท่านสั่งได้ “อับดุลมะญีด ออกไปนาศีหัตหลังละหมาด”

หลังละหมาดอัศริเสร็จก็ออกเดินทาง นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างกันไปหน้าปากซอยราม 53 จากนั้นก็พากันขึ้นรถเมล์ต่อ ไปละศีลอดกันที่ศูนย์กลาง ท่านนั่งรถเมล์ไปกับผมสองคนบ่อยๆ เกือบทุกวัน ท่านเป็นกันเอง สบายๆ เป็นคนใจดี เอ็นดูผมมาก

ท่านเป็นคนที่มีจุดเด่นตรงพูดศาสนาแบบไม่ต้องขึ้นเสียงสูง พูดแบบเรื่อยๆ แต่น่าติดตาม เข้าใจง่าย อธิบายให้เห็นภาพชัดเจน แยกแยะประเด็นได้ดี

จุดเด่นที่สุดคือส่งเสริมลูกศิษย์ให้เติบโต ท่านจะหาที่เรียนต่อให้ในหลายประเทศ ไม่ว่าอินเดีย ปากีสถาน ซูดาน และที่อื่นๆ เป็นคนใส่ใจมากเรื่องให้เรียนต่อ ช่วยเหลือส่งเสริมจริงๆ นี่เป็นบุคลิกที่อยู่ในความรู้สึกผมตลอดเวลาที่ได้พบเจอกับอาจารย์

หลังงานประชุมใหญ่ ยมท. ปี 2553 ผมตามไปเยี่ยมท่านที่โรงเรียนคุณธรรมวิทยาคลอง 17 นั่นเป็นการเจอท่านครั้งสุดท้าย”

อ.อับดุลมะญีด อุปมา

อ.วิทยา วิเศษรัตน์

อ.มุรีด ทิมะเสน เขียนถึง อ.วิทยา ในวันละหมาดญะนาซะฮฺ ไว้ในเฟซบุ๊ก

“ช่วงที่ผมหันมาสนใจศาสนาก็ได้เรียนกับ อ.วิทยา วิเศษรัตน์ โดยเฉพาะที่สถาบันสันติชน

ได้เรียนกับแกมากหน่อย ต้องยอมรับว่าในช่วงเวลานั้นแกโดดเด่นมาก โดยเฉพาะสิ่งอธรรมในสังคม แกจะออกมาต่อสู้ให้ได้มาซึ่งความถูกต้องเสมอ จนกระทั่งปฏิเสธไม่ยอมร่วมงานกับคนหรือองค์กรที่ไม่โปร่งใส

สุดท้ายบั้นปลายชีวิตทำโรงเรียนสอนศาสนา โดยไม่ได้สนใจว่าจะได้รับความสนใจหรือไม่ก็ตาม ตั้งใจเป็นครูที่สอนศิษย์เท่านั้น ไม่มีสื่อโปรโมตโรงเรียนอย่างใครเขา ทำด้วยใจ มีผู้สนับสนุนก็สนับสนุนด้วยใจ ยืนหยัดทุ่มเทจนวาระสุดท้าย

… ผมจะไม่มีวันลืมอาจารย์ท่านนี้ผู้ทำให้ผมเข้าใจศาสนา และไม่ลืมที่จะขอดุอาอ์ให้ และจะไม่ลืมวันดีๆ ที่เคยทำงานศาสนาร่วมกัน แม้ตัวตาย แต่อุดมการณ์ของอาจารย์ยังคงยาวนาน และมีผู้สืบสานเจตนารมณ์ต่อไปครับ”

อ.มุรีด ทิมะเสน

ชีวิตครอบครัว อ.วิทยา วิเศษรัตน์ สมรสกับ คุณสมจิตร์ รัตนาภิบาล มีบุตรด้วยกัน 2 คน นายนที วิเศษรัตน์ และนางวิจิตรา วิเศษรัตน์

“ในมุมมองของลูก คุณพ่อเป็นคนที่เสียสละให้สังคมส่วนรวมมาก และขณะเดียวกันก็ให้อิสระลูกในการเลือกใช้ชีวิต ตั้งแต่เด็กคุณพ่อจะเปิดโอกาสให้เห็นอะไรที่ต่างมุมมาตลอด ตั้งแต่การเป็นลูกโต๊ะครูที่ถูกส่งไปเรียนโรงเรียนวัด ในขณะที่คุณพ่อได้รับตำแหน่ง ส.ส. ก็ยังทำหน้าที่เป็นครูสอนศาสนาที่ดีได้ แต่ทุกบทบาทจะถูกถอดออกหมดเมื่อกลับถึงบ้าน

ในช่วงเวลาครอบครัวคุณพ่อเลือกที่จะเป็นพ่อธรรมดาคนหนึ่ง เล่นกับลูก ทำอาหาร ช่วยงานบ้านเท่าที่สามารถ  ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบง่าย จนลูกๆ ในวัยเด็กเองไม่ได้มองว่าพ่อของตัวเป็นคนมีชื่อเสียงอะไร

สิ่งที่อยากส่งต่อสังคมมุสลิมคือ คุณพ่อจะได้รับคำชื่นชมและมองว่าเป็นคนมีความสามารถหลายๆ ด้านจากหลายๆ มุม แต่ในมุมของลูก ตลอดการดำเนินชีวิตคุณพ่อโดนเฉพาะในช่วงบั้นปลายชีวิต หลายคนคงได้มีโอกาสเห็นภาพการนั่งรถเข็นไปประชุมเป็นที่ปรึกษาหลายๆ องค์กร

นอกจากได้ขับเคลื่อนสังคมแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าค่าตอบแทนที่ได้รับมาเกิน 70% ถูกจ่ายไปกับการช่วยเหลือสังคมรอบตัวคุณพ่อ เหมือนคุณพ่อได้ทิ้งคีย์เวิร์ดที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตไว้ข้อหนึ่งคือ ไม่ว่าเราจะทำหน้าที่หรืออาชีพอะไร เราต่างต้องนำอิสลามมาประยุกต์ใช้ทั้งการได้รับมาและจ่ายออกไป อย่าไปจำกัดความว่าการทำงานศาสนาคือทางเลือกเดียวที่จะช่วยเหลือ ขับเคลื่อนสังคมมุสลิมให้ก้าวไปข้างหน้าได้ ลูกศิษย์คุณพ่อก็รวมตัวตั้งกลุ่มชื่อ อิฮ์ซาน เพื่อทำงานศาสนา”

คุณวิจิตรา วิเศษรัตน์

อ.วิทยา วิเศษรัตน์ กลับไปสู่ความเมตตาของอัลลอฮฺช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม 2558 และจัดละหมาดญะนาซะฮฺวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2558 เวลา 11.00 น. ณ มัสญิดชิอารุ้ลอิสลาม(สุเหร่ากำนัน) บ้านคลอง 17 อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา มีผู้มาร่วมละหมาดและขอดุอาอ์ให้ท่านเป็นจำนวนมาก

ท่านยังคงเป็นครูผู้ให้ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต

“ความเงียบสงบจะเกิดขึ้น
การได้รับทางนำต้อง

  • มีความซื่อสัตย์
  • มีความบริสุทธิ์ใจในการทำงาน
  • ต้องไม่ออกจากแนวทางของท่านนบี

ต้องรำลึกอยู่เสมอว่า การงานของฉันถูกบันทึกโดยไม่มีการตกหล่นแต่อย่างใด”

อ.วิทยา วิเศษรัตน์

 

* ขอบคุณเจ้าของภาพทุกท่านมา ณ ที่นี้

เรียบเรียงโดย :  Ummah Islam

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

Related Articles

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life

Halal Life สื่อออนไลน์ที่นำเสนอแนวคิด และองค์ความรู้ที่ฮาลาล ผ่านเรื่องราว ผ่านมุมมอง และผ่านประสบการณ์ของหลากหลายผู้คน เพื่อเชื่อมโยงผู้คนที่ใช้ชีวิตในแบบฮาลาลเข้าไว้ด้วยกัน