fbpx

ไว้เคราตามคำแนะนำของท่านนบี ช่วยลดการติดเชื้อและดื้อยาปฏิชีวนะ

มุสลิมนั้นนอกจากจะเชื่อและปฏิบัติตามคำสอนที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์อัลกุรอานที่เป็นดั่งพระดำรัสของพระผู้เป็นเจ้าแล้ว มุสลิมยังเชื่อและปฏิบัติตามคำพูดและการกระทำของท่านศาสนทูตมุฮัมมัดอีกด้วย สำหรับคนต่างศาสนิกหลายคำสอนและคำแนะนำของท่านศาสนทูตอาจฟังดูไม่สมเหตุสมผล เพราะไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่หลายครั้งที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่า คำสอนและคำแนะนำของท่านนั้นสัจจริง

เช่นเดียวกับการไว้เคราที่ท่านศาสนทูตได้สั่งใช้ให้ผู้ชายมุสลิมขลิบหนวดและไว้เครามาตั้งแต่เมื่อพันสี่ร้อยกว่าปีก่อน ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็มีรายงานการศึกษาที่เปิดเผยให้เราได้รู้ว่า ผู้ชายที่ไว้หนวดเครานั้นมีเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อและดื้อยาปฏิชีวนะน้อยกว่าคนที่โกนหนวดเคราจนเกลี้ยง ข้อมูลนี้ได้มาจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ทำการตรวจสอบใบหน้าของคนงานในโรงพยาบาลกว่า 400 คนเพื่อหาเชื้อโรคต่างๆ

รายงานการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ใน The Journal of Hospital Infection ได้ตรวจสอบใบหน้าของผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพจำนวน 408 คนที่มีและไม่มีหนวดเคราบนใบหน้า เพื่อแสดงให้เห็นว่าการไม่มีหนวดเคราช่วยเพิ่มโอกาสที่คุณจะมี Staphylococcus aureus (MRSA) ที่ดื้อต่อ Methicillin บนใบหน้ามากกว่าผู้ชายที่มีหนวดเคราได้ถึงสามเท่า

MRSA เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อเล็กน้อยบนผิวหนังเช่นแผลหรือฝี และเจ้าแบคทีเรียตัวนี้ยังสามารถต้นทานยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ได้อีกด้วย ซึ่งในกรณีที่รุนแรง MRSA อาจนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดบวม รวมไปถึงการติดเชื้อในบริเวณที่ผ่าตัดได้อีกด้วย

แบคทีเรียนั้นแพร่กระจายโดยการสัมผัส ไม่ว่าจะโดยการสัมผัสผู้ที่มีเชื้อแบคทีเรียอยู่บนผิวหนัง หรือสัมผัสกับวัตถุที่มีแบคทีเรียอยู่ แต่นับเป็นโชคดีสำหรับมนุษยชาติ เพราะเจ้า MRSA นั้นมีแค่ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ของประชากรเท่านั้น

รายงานฉบับนี้ยังพบอีกว่า ผู้ชายที่โกนหนวดเกลี้ยงเกลามีแนวโน้มที่จะมีเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus มากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมักทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังและทางเดินหายใจรวมไปถึงภาวะอาหารเป็นพิษ

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า รอยถลอกเล็กน้อยที่เกิดจากการโกนอาจทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างปริมาณแบคทีเรียที่มีอยู่ในผู้ชายที่โกนหนวดและมีขนบนใบหน้า เนื่องจากบาดแผลเล็กๆ บนผิวหนัง “อาจสนับสนุนการขยายอาณาเขตของแบคทีเรียและการแพร่กระจาย”

ในขณะเดียวกัน การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ดร.อดัม โรเบิร์ต นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ยังพบเชื้อแบคทีเรียมากกว่า 100 ชนิดจากผ้าเช็ดเครา และแยกจุลินทรีย์ที่เรียกว่า Staphylococcus epidermidis ซึ่งฆ่าแบคทีเรียชนิดอื่นๆ และนี่สามารถช่วยให้เราสามารถพัฒนายาปฏิชีวนะชนิดใหม่ๆขึ้นมาได้

“เมื่อคุณต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องแข่งขันอย่างเช่นบนเคราของมนุษย์ซึ่งมีแบคทีเรียหลายชนิด พวกมันต่อสู้เพื่อทรัพยากร อาหาร และพื้นที่ ดังนั้นพวกมันจึงผลิตหลายสิ่ง เช่นยาปฏิชีวนะ” ดร.โรเบิร์ต บอกกับผู้สื่อข่าว

ดร.โรเบิร์ต ยังประสบความสำเร็จในการทดสอบกับรูปแบบของเชื้ออีโคไลที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ การศึกษาของเขาถูกมองว่าเป็นความก้าวหน้าเนื่องจากไม่มียาปฏิชีวนะชนิดใหม่ออกสู่ตลาดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา การติดเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 700,000 คนต่อปีและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านคนภายในปี 2593

อ้างอิง

http://bit.ly/3cKhyLQ
http://bit.ly/3cHXxWs

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

About author View all posts Author website

Halal Life

Halal Life สื่อออนไลน์ที่นำเสนอแนวคิด และองค์ความรู้ที่ฮาลาล ผ่านเรื่องราว ผ่านมุมมอง และผ่านประสบการณ์ของหลากหลายผู้คน เพื่อเชื่อมโยงผู้คนที่ใช้ชีวิตในแบบฮาลาลเข้าไว้ด้วยกัน