fbpx

แช่ม พรหมยงค์ : สมาชิกคณะราษฎรและจุฬาราชมนตรีคนแรกในระบอบประชาธิปไตย

ประวัติศาสตร์ชาติไทยบันทึกเอาไว้ว่าตำแหน่งจุฬาราชมนตรีนั้นมีมายาวนานนับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยผู้ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีคนแรกเท่าที่มีหลักฐานสืบค้นตัวตนได้คือ เจ้าพระยาบวรราชนายก หรือเฉกอะหมัด มุสลิมชีอะห์เชื้อสายเปอร์เซีย ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯให้เป็นจุฬาราชมนตรีในปี พ.ศ. 2145 หรือเมื่อ 400 กว่าปีก่อน

แต่ถึงกระนั้น บทบาทหน้าที่ของจุฬาราชมนตรีในยุคสมัยกรุงศรีอยุธยาก็ไม่ได้มีแค่เพียงดูแลกิจการศาสนาอิสลามเหมือนอย่างเช่นในปัจจุบันเท่านั้น แต่จุฬาราชมนตรีในอดีตยังควบตำแหน่ง ‘กรมท่าขวา’ อีกด้วย

กรมท่าขวา เป็นหน่วยงานด้านการค้าและการติดต่อกับชาวต่างชาติ มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการค้า การเดินเรือพาณิชย์ และการต่างประเทศ สำหรับแขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมาจากทางฝั่งขวาของอ่าวไทย (หันหน้าลงใต้จากปากแม่น้ำเจ้าพระยา) ได้แก่แขกอินเดีย แขกอาหรับ แขกชวา แขกมลายู รวมถึงพวกฝรั่ง

ตำแหน่งและบทบาทจุฬาราชมนตรีในแบบสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นต่อเนื่องมาจนถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งในด้านหน้าที่ความรับผิดชอบหลักในกรมท่าขวา และการได้รับโปรดเกล้าฯจากพระเจ้าแผ่นดินให้มีตำแหน่งหน้าที่สำคัญในสังกัดกรมกองอื่นๆ ตัวอย่างเช่น ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระยาจุฬาราชมนตรี (นาม) ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ว่าการคลังวิเศษ พระคลังใน และในสมัยรัชกาลที่ 5 พระจุฬาราชมนตรี (เกษม) ได้เป็นรองอำมาตย์เอก กับได้เป็นเจ้ากรมกองแสตมป์ กระทรวงยุติธรรม เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีนับตั้งแต่แผ่นดินกรุงศรีอยุธยาจวบจนถึงรัชกาลที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ล้วนแต่เป็นลูกหลานของเฉกอะหมัดทั้งหมดอีกด้วย

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยโดยคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ตำแหน่ง “จุฬาราชมนตรี” ในนิยามและความหมายแบบเดิมจึงสิ้นสุดลงและว่างเว้นไปนับสิบปี

จากนั้น ในปี พ.ศ.2488 สมัยที่ อ.ปรีดี พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และมีนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการผลักดันพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมป์ฝ่ายอิสลามขึ้น โดยกำหนดให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแต่งตั้งจุฬาราชมนตรีขึ้นเพื่อเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ เกี่ยวกับกิจการศาสนูปถัมป์ฝ่ายอิสลาม ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยขึ้นเพื่อเป็นคณะควบคุมการบริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งประเทศไทย และถ้าจังหวัดไหนมีประชากรมุสลิมปริมาณมากก็ให้แต่งตั้งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดขึ้น และให้คณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดมีอำนาจในการแต่งตั้งอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น และกรรมการมัสยิดอีกทีหนึ่ง

จุฬาราชมนตรี คนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งตามพระราชกฤษฎีกานี้ คือนายแช่ม พรหมยงค์ ข้าราชการระดับหัวหน้ากองสังกัดกรมโฆษณาการในขณะนั้น และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของคณะราษฎรฝ่ายพลเรือนที่มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย พ.ศ.2475 และเป็นหนึ่งในขบวนการเสรีไทยอีกด้วย

แช่ม พรหมยงค์ มีชื่ออาหรับว่า “ซำซุดดิน บิน มุสตอฟา” เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2444 ที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มีพ่อเป็นอิหม่ามและโต๊ะครูผู้มีความรู้ด้านศาสนาอิสลามที่มีชื่อเสียง

ถึงแม้จะเกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่นายแช่มก็มีโอกาสได้ไปเห็นโลกกว้างตั้งแต่ยังเด็ก โดยในวัยเด็ก นายแช่มได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศระยะหนึ่งเพราะต้องติดสอยห้อยตามผู้เป็นพ่อไปศึกษาหาความรู้ด้านศาสนาที่นครมักกะห์ จากนั้นในช่วงวัยรุ่นนายแช่มตัดสินใจออกเดินทางไปยังหลายเมืองในหลายประเทศ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองในหลายแห่ง และนั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้นายแช่มมีความคิดความอ่านก้าวหน้า

ในปี พ.ศ. 2469 นายแช่มเดินทางไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ และได้รู้จักกับบรรจง ศรีจรูญ ทายาทกิจการร้านขายปืนแถววังบูรพา ที่เป็นผู้ชักชวนให้นายแช่มเข้าร่วมกับคณะราษฎร หลังได้ไปพบและพูดคุยกับแกนนำกลุ่มคณะราษฎรที่กรุงปารีส

หลังจบการศึกษา นายแช่มได้กลับมายังพระประแดงและสืบทอดการเป็นครูสอนศาสนาจากผู้เป็นพ่อควบคู่ไปกับการเปิดร้านขายกาแฟ ส่วนบรรจงก็รับช่วงต่อกิจการร้านขายปืน “ศรีจรูญ” ของบิดา

23 มิถุนายน 2475 นายแช่มได้รับจดหมายเป็นรหัสลับภาษาอาหรับว่า “สินค้าที่สั่งมาถึงแล้วให้ไปรับภายในวันนี้” นายแช่มจึงเข้ากรุงเทพเพื่อไปพบกับนายบรรจงและพี่น้องอีกสองคน คือ นายประเสริฐ ศรีจรูญ และ นายการิม ศรีจรูญ ที่ร้านขายปืน เพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อมหน้าที่ต่างๆ ของปฏิบัติการสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ในเช้าวันรุ่งขึ้น

24 มิถุนายน 2475 เป็นวันศุกร์ ทั้ง 4 คนได้ร่วมละหมาดและขอพรต่อพระผู้เป็นเจ้าเพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง จากนั้นจึงเบิกปืนจากร้านและกระสุนเต็มอัตราประจำกาย มุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบของปฏิบัติการยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศ

ภายหลังปฏิบัติการเสร็จสิ้น นายบรรจงและพี่น้องก็กลับไปดำเนินธุรกิจของตนตามปกติ ส่วนนายแช่มนั้นเข้ารับราชการและได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้เป็นจุฬาราชมนตรี คนที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาจังหวัดภาคใต้ร่วมกับ อ.ปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นอีกด้วย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 เกิดรัฐประหารและความวุ่นวายทางการเมืองที่ อ.ปรีดี พนมยงค์ ตกเป็นจำเลยของคณะรัฐประหาร ชีวิตของนายแช่ม ที่สนิทสนมกับ อ.ปรีดี ก็ต้องระหกระเหเร่ร่อนลี้ภัยไปยังต่างประเทศหลายปี ก่อนจะได้รับอภัยโทษและได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในปี พ.ศ. 2497

จวบจนกระทั่งวันที่ 24 กรกฎาคม 2532 นายแช่ม พรหมยงค์ หรือ ซำซุดดิน บิน มุสตอฟา หรือ ลุงแช่ม ในความทรงจำของใครหลายคนก็ได้กลับคืนสู่ความเมตตาของพระผู้เป็นเจ้า และฝากชีวิตไว้เป็นตำนานให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้


อ้างอิง

อ่านเรื่องนี้แล้วคิดอย่างไร ?

About author View all posts Author website

Furqan Ismael

บรรณาธิการ Halal Life Magazine ผู้นิยมการเขียนมากกว่าพูด และมีช่วงชีวิตคาบเกี่ยวระหว่างบ้านนอกกับสังคมเมือง รวมไปถึงด้านมืดและด้านสว่างของชีวิต