fbpx

ข้าวหมกไก่มาจากไหน ทำไมถึงกลายมาเป็นอาหารอิสลามในประเทศไทย

            หากเราเชื่อว่าอาหารคือหนึ่งในตัวบ่งชี้ทางวัฒนธรรมที่ช่วยให้เรารู้จักและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น แล้วเราเคยสงสัยไหมว่า ข้าวหมกไก่มาจากไหน ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงคิดว่าข้าวหมกไก่เป็นอาหารอิสลาม ทั้งๆ ที่ในชีวิตประจำวันคนมุสลิมก็ไม่ได้กินข้าวหมกไก่เป็นเมนูหลักกันเสียหน่อย

            หากไปถามเจ้าของร้านข้าวหมกไก่มุสลิมเจ้าใหญ่ๆ ว่าลูกค้าหลักของร้านคือใคร คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่มักจะไม่ใช่มุสลิม และหากเรากลับมาหาคำตอบกันเองว่า ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงคิดว่าข้าวหมกไก่เป็นอาหารอิสลาม คำตอบของเรื่องนี้อาจต้องย้อนกลับไปถึงสมัยปลายรัชกาลที่ 1 โน่นเลยทีเดียว

            โดยมีบันทึกหลักฐานถึงการหุงข้าวแบบข้าวหมกปรากฏอยู่ใน ‘กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน’ ที่ประพันธ์โดยรัชกาลที่ 2 ตอนหนึ่งระบุว่า “ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอ็น” คำว่าเทศในที่นี้อาจหมายถึงแขกเทศ หรือมุสลิมจากเปอร์เซียและอินเดียที่เข้ามาติดต่อสัมพันธ์กับกรุงศรีอยุธยาเป็นจำนวนมาก ซึ่งนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนไทยรับรู้ว่าข้าวที่หุงแบบข้าวหมกไก่นั้นเป็นอาหารแบบอิสลาม

            นอกจากนี้ภาพของ ‘ข้าวหมกไก่กับอาหารอิสลาม’ ยังถูกตอกย้ำในอีกหลายปีถัดมาเมื่อถึงยุคที่ร้านอาหารอิสลามถือกำเนิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าร้านอาหารอิสลามยุคแรกๆ นิยมขายข้าวหมกไก่เป็นเมนูหลัก จนกลายเป็นว่า คนไทยส่วนใหญ่เข้าใจว่าคนมุสลิมกินข้าวหมกไก่กันเป็นเมนูหลัก

            ในความเป็นจริงแล้ว อิสลามไม่มีอาหารประจำศาสนา เพราะถึงแม้จะมีบทบัญญัติที่ครอบคลุมลงรายละเอียดในหลายมิติของชีวิต แต่อิสลามก็เป็นหลักการสากลที่เข้ากันได้กับทุกชาติพันธุ์ คนมุสลิมไม่ว่าจะชาติพันธุ์ไหน พูดภาษาอะไร ก็สามารถกินอาหารได้ทุกประเภททุกสัญชาติ ตราบใดที่อาหารจานนั้นใช้วัตถุดิบและมีกรรมวิธีที่ฮาลาล อาหารอิสลามในไทยอาจเป็นข้าวหมก แต่อาหารอิสลามในจีนอาจเป็นติ่มซำหรือเป็ดตุ๋นยาจีนก็ได้

            และถึงแม้มุสลิมในประเทศไทยจะไม่ได้กินข้าวหมกไก่เป็นเมนูหลัก แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากโลกอิสลาม

            กล่าวกันว่าข้าวหมกไก่ในประเทศไทยได้อิทธิพลมาจากข้าวบิรยานีของอินเดีย ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมที่หากินได้แทบในทุกประเทศในยุคสมัยปัจจุบัน แต่เอาเข้าจริงอินเดียก็ไม่ใช่จุดกำเนิดของข้าวหมก เพราะบิรยานีของอินเดียนั้นก็ได้รับอิทธิพลมาจากชาวมุสลิมเปอร์เซียและอาหรับอีกที

            จุดเริ่มต้นของบิรยานีในอินเดียนั้นก็มีหลายทฤษฎี แต่ส่วนใหญ่ล้วนผูกโยงกับข้าวโพลอ (Polow) และข้าวพีลาฟ (Pilaf) ของชาวมุสลิมจากเปอร์เซียและอาหรับ โดยทฤษฎีหนึ่งบอกว่าข้าวบิรยานีถูกพัฒนาขึ้นในอินเดียในยุคสมัยโมกุล ราชวงศ์มุสลิมที่ปกครองอินเดียในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึง ราชวงศ์มองโกลเป็นพวกเติร์ก-มองโกลที่สืบเชื้อสายมาจากตีมูร์ (Timur) ผู้สถาปนาจักรวรรดิตีมูริด (Timurid Empire) ในเปอร์เซียและเอเชียกลาง และนั่นทำให้ราชสำนักโมกุลกินอาหารแบบเปอร์เซียเป็นหลัก และเป็นเหตุผลให้ข้าวหมกแบบเปอร์เซียแพร่หลายในอินเดีย

            แต่ก็มีอีกทฤษฎีหนึ่งที่ค้านว่า บิรยานีนั้นแพร่หลายอยู่ในอินเดียใต้มาก่อนที่พวกโมกุลจะเข้ามาปกครองอินเดียแล้ว เพราะอินเดียใต้เป็นเมืองท่าการค้าทางทะเลที่ติดต่อค้าขายกับพ่อค้าชาวอาหรับมาตั้งแต่ก่อนสมัยโมกุล และบรรดาพ่อค้าอาหรับคงนำข้าวโพลอ (Polow) และข้าวพีลาฟ (Pilaf) เข้ามาเผยแพร่ในอินเดียใต้

            เหตุผลที่สนับสนุนทฤษฎีนี้ก็คือ ตำรับบิรยานีในอินเดียใต้นั้นมีจำนวนมากกว่าอินเดียเหนือซึ่งเป็นศูนย์กลางของราชวงศ์โมกุลอย่างเห็นได้ชัด โดยในหนังสือ Biryani ของ Pratibha Karan ที่รวบรวมตำรับบิรยานีทั่วประเทศอินเดีย ระบุว่าในอินเดียใต้ มีตำรับบริยานี 42 ตำรับ ขณะที่อินเดียเหนือ มีเพียง 20 ตำรับเท่านั้น

อาณาจักรโมกุล ในปี 1707 source : wikipedia

            ส่วนที่ว่าข้าวหมกไก่สีเหลืองๆ แบบไทย ได้รับอิทธิพลมาจากข้าวบิรยานีของอินเดียนั้นก็ไม่แน่เสมอไป เพราะข้าวบิรยานีแบบอินเดียใช้วิธีหุงแบบข้าวโพลอ (Polow) ของชาวมุสลิมจากเปอร์เซียและอาหรับ ที่ต้มข้าวก่อนจนกึ่งสุกกึ่งดิบแล้วนำมาอบพร้อมกับไก่หรือเนื้อสัตว์และเครื่องแกงปรุงสุก โดยปูพื้นชั้นล่างด้วยข้าว ไก่กับเครื่องไว้ชั้นตรงกลาง แล้วปิดท้ายด้วยอีกชั้น ส่วนข้าวหมกไก่แบบไทยส่วนใหญ่ใช้วิธีหุงแบบข้าวพีลาฟ (Pilaf) ที่หุงข้าวกับไก่และเครื่องไปพร้อมกัน

            นั่นอาจทำให้เราสามารถสันนิฐานต่อไปได้ว่า ข้าวหมกไก่แบบไทยอาจได้รับอิทธิพลมาจากชาวมุสลิมเปอร์เซียและอาหรับโดยตรงหรือไม่ เพราะหากเทียบกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ด้านอื่นๆ โลกมุสลิมก็มีการติดต่อกับไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยหรือกรุงศรีอยุธยาตอนต้นแล้ว

            และถึงแม้ข้าวหมกไก่แบบไทย อาจเป็นญาติพี่น้องได้ทั้งกับข้าวหมกอาหรับ เปอร์เซีย หรืออินเดีย แต่เอาเข้าจริงทั้งรสชาติ หน้าตา และกรรมวิธีการทำข้าวหมกไก่แบบไทยก็แตกต่างกับฝั่งญาติผู้พี่ และอาจกล่าวได้ว่า ข้าวหมกไก่แบบไทย เป็นอาหารไทยที่หากินที่อื่นไม่ได้นอกจากในประเทศไทยเท่านั้น และหากเรามองเห็น นี่คือเสน่ห์ของความลื่นไหลทางวัฒนธรรม ที่สามารถเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงมนุษย์แต่ละภูมิภาคและชาติพันธุ์เข้าด้วยกันมาตลอดหน้าประวัติศาสตร์

            จากรสชาติและความเอร็ดอร่อยของผู้คนในภูมิภาคหนึ่ง สู่รสชาติและความเอร็ดอร่อยอีกแบบของผู้คนในอีกภูมิภาคที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งหากเรามองเห็น และให้คุณค่าความสำคัญกับมัน เราอาจเลิกขัดแย้ง และหันมาเฉลิมฉลองความอร่อยจากอาหารร่วมกันก็เป็นได้

            แต่ก็อีกนั่นแหละ มนุษย์ก็ยังคงเป็นมนุษย์ ที่ไม่ว่าชีวิตจะสุขสมเปรมปรีดิ์ขนาดไหน ก็ยังไม่สามารถเอาชนะด้านมืดในจิตใจตัวเองได้สักที


อ้างอิง :


ติดตาม Halal Life ในทุกช่องทาง

About author View all posts Author website

Furqan Ismael

บรรณาธิการ Halal Life Magazine ผู้นิยมการเขียนมากกว่าพูด และมีช่วงชีวิตคาบเกี่ยวระหว่างบ้านนอกกับสังคมเมือง รวมไปถึงด้านมืดและด้านสว่างของชีวิต